ตอนที่ทุกคนแย่งกันซื้อของที่ดูมีค่า มีใครสักคนกำลังเดินดูกองของที่พวกเขาทิ้งไว้อยู่หรือเปล่า?
งานประมูลเช้าวันเสาร์ที่ไม่มีใครอยากไป
สมมติว่ามีโรงงานขนมปังเก่าแห่งหนึ่งปิดตัวไป เจ้าหนี้นำทรัพย์สินออกประมูลในเช้าวันเสาร์ ในโกดังมีเตาอบอุตสาหกรรม 6 เครื่อง ชั้นวางสแตนเลส กองถาดอบเป็นพันใบ และรถตู้ส่งของที่จอดฝุ่นจับอยู่หลังโกดัง
คนมาดูไม่ถึง 10 คน ส่วนใหญ่ยืนดูแป๊บเดียวแล้วกลับ เพราะของทุกชิ้นมีป้ายเดียวกันแปะอยู่ในใจ ของจากธุรกิจที่เจ๊ง
ราคาเปิดของเตาอบแต่ละเครื่อง ต่ำกว่าราคาซื้อใหม่หลายเท่า และไม่มีใครยกมือ
ของชิ้นเดียวกัน ถูกมองคนละแบบ
ลองดูคนที่ยังยืนอยู่จนจบ สมมติว่ามีสามคน และทั้งสามคนมองกองของเดียวกันไม่เหมือนกันเลย
- คนแรกเห็นแต่เศษเหล็ก เขาคิดราคาเป็นกิโล
- คนที่สองเห็นเตาอบสภาพดีที่ร้านเบเกอรี่เล็กๆ อยากได้แต่ซื้อใหม่ไม่ไหว
- คนที่สามเห็นอะไรมากกว่านั้น รายชื่อลูกค้าเก่าของโรงงานที่ยังไม่มีใครส่งขนมปังให้
คนที่สามอาจกำลังเจอโอกาส หรืออาจกำลังเดินเข้าไปหาปัญหาที่ใหญ่กว่าเตาอบหกเครื่อง และนี่แหละคือส่วนที่ยาก
เพราะของที่ถูกทิ้ง บางชิ้นถูกทิ้งเพราะคนมองไม่เห็นค่า บางชิ้นถูกทิ้งเพราะมันมีต้นทุนซ่อนอยู่ ที่คนเก่ารู้ดีกว่าใคร เตาที่ดูดีอาจกินไฟจนส่งขนมขาดทุน รถตู้อาจติดภาระที่ยังไม่จบ ลูกค้าเก่าอาจเลิกสั่งเพราะเหตุผลที่ไม่มีในเอกสารประมูล
ของที่ทุกคนเลิกมอง อาจซ่อนโอกาส หรือซ่อนเหตุผลที่ทุกคนเลิกมองไว้ก็ได้
ใครเคยลังเลจนของดีราคาถูกหลุดมือ หรือเคยรีบยกมือแล้วมารู้ทีหลังว่าแบกปัญหากลับบ้าน สองแบบนี้คุณไม่ได้ผิดอะไรเลย แค่ตอนนั้นยังไม่มีวิธีแยกสองอย่างนี้ออกจากกันให้ชัด ก่อนต้องยกมือในเช้าวันเสาร์
คำถามที่ไม่ได้มีแค่เรื่องกำไร
ยังมีอีกมุมที่คนพูดถึงน้อยกว่า สมมติว่าคนที่สามซื้อทุกอย่างไปในราคาถูกมาก แล้วกลับมาเปิดโรงงานใหม่ ใช้ชื่อเดิมที่ลูกค้าจำได้ ขึ้นราคากับลูกค้าเก่าที่ไม่มีทางเลือก แถมจ้างพนักงานเก่ากลับมาด้วยค่าแรงที่ต่ำกว่าเดิม
เขาสร้างมูลค่าขึ้นมาจริง หรือแค่ย้ายภาระไปไว้บนบ่าคนอื่น
ลองนับดูว่าในเรื่องนี้ ใครบ้างที่จ่ายส่วนต่างให้กำไรก้อนนั้น
- ลูกค้าเก่าที่ต้องจ่ายแพงขึ้น เพราะไม่มีเจ้าอื่นส่งของให้ทัน
- พนักงานที่กลับมาทำงานเดิม ในค่าแรงที่น้อยกว่าเดิม
- ชื่อเสียงของแบรนด์เก่า ที่ถูกใช้ต่อโดยไม่ได้ซ่อมอะไรเลย
คำถามนี้ฟังเหมือนเรื่องศีลธรรม แต่มันเป็นเรื่องธุรกิจด้วย ลูกค้าที่ถูกบังคับให้จ่ายแพง วันไหนมีเจ้าใหม่มาส่งขนมปังทัน เขาจะยังอยู่ต่ออีกนานแค่ไหน?
วิถีมาร เล่ม 7: หมากข้ามขีด มองมูลค่าในสิ่งที่โลกทิ้ง
งานประมูลข้างบนเป็นเรื่องสมมติ แต่คำถามทั้งหมดในนั้นคือสิ่งที่ วิถีมาร เล่ม 7: หมากข้ามขีด (Beyond the Board) โดย หลินโม่ พาไปสำรวจ เล่มนี้เป็นหนังสือปรัชญาธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ว่าด้วยสินทรัพย์ที่ถูกประเมินค่าต่ำ โอกาสที่ถูกมองข้าม และเกมธุรกิจที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้าไปแตะ
ตลอด 12 บท เล่มนี้ตั้งคำถามกับมูลค่า ความเสี่ยง อำนาจ และขอบเขตของความสำเร็จ จากกองขยะที่อาจซ่อนวัตถุดิบมีค่า เศษทรัพยากรที่ประกอบเป็นธุรกิจใหม่ได้ อาคารร้าง แบรนด์ที่มีตำหนิ ความรู้ที่ถูกลืม บริษัทที่กำลังพัง ไปจนถึงตลาดที่ไร้ระเบียบ ข้อมูลดิจิทัล ร่องรอยพฤติกรรม และการรวมทรัพยากรที่กระจัดกระจายให้กลายเป็นอำนาจต่อรอง
ข้อที่ทำให้อยากแนะนำเล่มนี้ คือมันไม่หยุดอยู่ที่ด้านกำไร เล่มนี้ถามไว้ตรงๆ ว่าอะไรคือการสร้างมูลค่าที่แท้จริง และอะไรคือการผลักภาระหรือความเสียหายให้คนอื่น
ต้องบอกไว้ตรงนี้ก่อน กรณีศึกษาทางธุรกิจในเล่มเป็นเหตุการณ์สมมติ ใช้สำรวจกลไกและผลของการตัดสินใจ ไม่ใช่เหตุการณ์จริงที่ตรวจสอบแล้ว และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ส่วนสำนวนก็เข้มข้นตามแบบฉบับวิถีมาร
ถ้าคุณคือคนที่สามในโกดังวันนั้น ราคาเปิดเป็นแค่เรื่องแรกที่ต้องดู เรื่องที่เหลือ หมากข้ามขีดพาไล่ดูต่อแบบนี้
📖 สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้
บทเรียนที่โรงเรียนไม่เคยสอน
มองหามูลค่าที่ตลาดอาจประเมินผิด
ได้ฝึกดูของที่คนอื่นเมิน แล้วถามว่าที่ไม่มีใครเอา เป็นเพราะมันหมดประโยชน์ หรือเพราะยังไม่มีใครคิดออกว่าจะเอาไปใช้ตรงไหน
แยกของที่มีศักยภาพ ออกจากของที่ซ่อนความเสี่ยง
ใช้ตอนเจอดีลที่ดูดีเกินจริง ให้ถามหาต้นทุนที่ซ่อนอยู่ก่อนตัดสินใจ
สร้างคุณค่าจากสิ่งที่ถูกทิ้งหรือถูกลืม
เล่มนี้ชวนมองเศษทรัพยากร ความรู้เก่า และแบรนด์ที่มีตำหนิ ว่าเอากลับมาประกอบใหม่ได้แบบไหน
เข้าใจพลังของเรื่องเล่าและภาพลักษณ์ต่อมูลค่า
ได้เห็นว่าการรับรู้ของคน เปลี่ยนราคาของของชิ้นเดียวกันได้มากแค่ไหน
ชั่งกำไรระยะสั้นกับผลกระทบระยะยาว
ชวนดูราคาที่ต้องจ่ายเมื่อเลือกกำไรเร็ว เหนือความยั่งยืน และใครคือคนที่จ่ายจริง
🎯 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณถ้า...
เช็กตัวเองก่อนซื้อ
คุณทำงานสายกลยุทธ์หรือวางแผนธุรกิจ แล้วอยากฝึกตาให้เห็นของที่ตลาดอาจตีราคาผิด ก่อนทีมจะตัดทิ้งเพราะดูไม่น่าสนใจ
คุณกำลังคิดจะรับช่วงกิจการ อุปกรณ์ หรือแบรนด์ที่คนเก่าทิ้งไว้ แล้วไม่แน่ใจว่ามันคือโอกาสหรือกับดัก
คุณชอบอ่านกลยุทธ์ธุรกิจที่มีคำถามเรื่องผิดชอบชั่วดีปนอยู่ ในสำนวนเข้มข้นแบบวิถีมาร
💡 อ่านจบแล้วคุณจะ...
เวลาเจอกิจการเซ้ง เครื่องจักรมือสอง หรือแบรนด์ที่เคยมีข่าวเสีย สายตาคุณจะเลื่อนจากป้ายราคา ไปหาเหตุผลที่เจ้าของเดิมปล่อยมือก่อน และก่อนคิดกำไร คุณจะไล่นับให้ครบว่าใครอยู่ในรายชื่อคนที่ต้องจ่ายส่วนต่าง
กองของที่ใครๆ เดินผ่านตอนนี้ อาจเป็นเศษเหล็กจริงก็ได้ ก่อนปัดทิ้งหรือยกมือ อ่านหมากข้ามขีดสักบท แล้วค่อยกลับไปมองอีกรอบ
🧭 เล่มนี้เน้นอะไร
ลักษณะของเนื้อหา ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ
- เปลี่ยนมุมมอง
- ความลึก
- ชวนทบทวน
- ใช้กับชีวิต
- อ่านง่าย
- ความเข้ม
แต่ละด้านหมายถึงอะไร?
แถบนี้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องไหนมากหรือน้อย เพื่อช่วยเลือกเล่มที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แถบสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ดี แค่บอกว่าเล่มนี้ไม่ได้เน้นด้านนั้น · ประเมินโดยทีม WealthBalance.co
- เปลี่ยนมุมมอง
- — ท้าทายความเชื่อเดิมและให้มุมมองใหม่ต่อชีวิตมากแค่ไหน
- ความลึก
- — ระดับความลึกของแนวคิด — ค่าต่ำคืออ่านเข้าใจเร็ว ค่าสูงคือต้องค่อย ๆ ย่อย
- ชวนทบทวน
- — ชวนให้หยุดคิดถึงชีวิตและการตัดสินใจของตัวเองมากแค่ไหน
- ใช้กับชีวิต
- — แปลงแนวคิดเป็นหลักที่ใช้ตัดสินใจในชีวิตจริงได้มากแค่ไหน
- อ่านง่าย
- — ภาษาและการเล่าเรื่องเข้าถึงง่ายแค่ไหน — ค่าต่ำคือต้องใช้สมาธิ
- ความเข้ม
- — ความเข้มของความจริงที่หยิบมาพูด เช่น อำนาจ ความเห็นแก่ตัว ด้านมืด — ค่าต่ำคืออ่านเบา
พร้อมเริ่มต้นแล้ว?
วิถีมาร เล่ม 7: หมากข้ามขีด Beyond the Board - สิ่งที่คนอื่นมองว่าไร้ค่า อาจเป็นโอกาสที่คุณกำลังมองข้าม
โดย หลินโม่ · WealthBalance.co
฿390
📖 อ่านต่อในซีรีส์ วิถีมาร
📚 หนังสืออื่นในซีรีส์ วิถีมาร

วิถีมาร เล่ม 1 - ขบถ: อิสรภาพที่แท้จริงไม่ต้องขออนุญาตใคร
฿390

วิถีมาร เล่ม 2: กลียุค The Age of Chaos - มองเห็นโอกาสในวิกฤตเศรษฐกิจ แยกมูลค่าออกจากราคา และสร้างความพร้อมเมื่อโลกไม่แน่นอน
฿390

วิถีมาร เล่ม 3: พลิกฟ้า (The Reversal) — กลยุทธ์พลิกชีวิตและธุรกิจ จากความพ่ายแพ้สู่การกลับมาเหนือเกม
฿390

วิถีมาร เล่ม 4: ไร้ลักษณ์ — ศิลปะการเก็บไพ่เหนือเกม ซ่อนแผน อ่านคน และเลือกจังหวะชนะ
฿390
🔥 คนอ่านเล่มนี้มักอ่านด้วย
หนังสือที่เข้ากันกับ วิถีมาร เล่ม 7





