ถ้าคุณปิดมือถือไป 7 วัน ที่ทำงานจะเดินต่อได้กี่วัน?
7 วันที่ไลน์กลุ่มไม่ยอมเงียบ
สมมติว่าคุณเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ทำงานแทบไม่เว้นวันมา 6 ปี แล้ววันหนึ่งคุณตัดสินใจลาพักร้อน 7 วันเป็นครั้งแรก นั่งริมทะเล สั่งกาแฟเย็น แล้วบอกตัวเองว่า "ทีมเอาอยู่น่า"
วันแรก 09:12 ไลน์กลุ่มเด้ง "พี่ครับ ลูกค้าขอลดอีก 5% ได้ไหม"
วันแรก 14:40 "ใบสั่งซื้อนี้ต้องรอพี่เซ็นก่อนใช่ไหมคะ"
วันที่สาม 08:05 "ของมาไม่ครบ ปล่อยให้ลูกค้าเลยดีไหม หรือรอพี่"
วันที่หก 22:30 "ขอโทษที่รบกวนนะพี่ ไม่มีใครกล้าตัดสินใจเรื่องนี้ค่ะ"
พอครบ 7 วัน คุณนับข้อความดู ได้ 47 ข้อความ ไม่มีสักข้อที่เป็นเรื่องฉุกเฉินจริง ทุกข้อเป็นคำถามที่ถ้าทีมมีหลักสักข้อให้ยึด เขาตอบกันเองได้ภายในห้านาที
ระหว่างนั่งอ่านอยู่ริมทะเล ใจหนึ่งของคุณรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ อีกใจหนึ่งเริ่มเหนื่อย เพราะกิจการที่ตัวเองสร้างมากับมือ หยุดคุณไม่ได้แม้ 7 วัน
เช้าวันจันทร์ที่กลับมา คุณเดินเข้าออฟฟิศแล้วเจอโพสต์อิทแปะเต็มโต๊ะ ทุกใบเขียนว่า "รอพี่ตัดสิน" บางใบเป็นเรื่องที่ทีมน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่ไม่มีใครมั่นใจพอจะเป็นคนพูดออกมา
ในเรื่องนี้ไม่มีใครทำผิด ทีมไม่ได้ขี้เกียจ เจ้าของก็ไม่ได้ควบคุมเกินเหตุ แค่คำตอบทุกข้อไปกองอยู่ในหัวคนเดียว และทุกคนก็คุ้นกับการเดินมาหยิบมันจากตรงนั้น
ผู้นำที่เก่ง กับผู้นำที่สร้างระบบเป็น
วิถีจักรพรรดิ เล่ม 20: จักรพรรดิไร้ร่าง โดย หลินโม่ ว่าไว้ว่า ผู้นำที่เก่งอาจพาองค์กรเดินไปได้ในวันที่ตัวเองยังอยู่ แต่ผู้นำที่สร้างระบบเป็น จะทำให้องค์กรเดินต่อได้ แม้วันที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนั้น
เล่มนี้พาไปดูการเปลี่ยนสี่อย่าง ตัวบุคคลให้กลายเป็นระบบ คำสั่งให้กลายเป็นหลักการ เจตจำนงให้กลายเป็นโครงสร้าง และอำนาจให้กลายเป็นกลไกที่ทำงานต่อได้ด้วยตัวเอง ผ่าน 12 บท ตั้งแต่ "มนตราอวตาร" "ข่ายใยพระอินทร์" ไปจนถึง "เอกภาพไร้ลักษณ์"
ลองเอาสี่อย่างนี้มาวางทาบกับ 7 วันข้างบนเล่นๆ ข้อความ "ลดอีก 5% ได้ไหม" ถูกถามถึงเจ้าของ เพราะคำตอบอยู่ที่ตัวคน ถ้าวันหนึ่งมันกลายเป็นกฎสักข้อ ว่าลดได้ถึงเท่าไร ใครอนุมัติ คำถามนี้ก็ไม่ต้องข้ามทะเลมาหาคุณ
นี่เป็นแค่ตัวอย่างที่คนเขียนหน้านี้คิดเอง ไม่ได้บอกว่าเล่มนี้ยกกรณีแบบนี้ แต่ภาพที่ได้คือ การเปลี่ยนจากตัวคนมาเป็นระบบ น่าจะเริ่มจากเรื่องเล็กๆ ที่ถูกถามซ้ำนี่แหละ
คำถามที่เล่มนี้เปิดไว้ ตรงกับข้อความใน 7 วันนั้นอยู่หลายข้อ จะสร้างองค์กรให้ไม่พังเมื่อคนสำคัญหายไปได้ยังไง จะกระจายอำนาจโดยไม่ทำให้ระบบเสียทิศทางได้ยังไง จะมอบหมายการตัดสินใจให้คนทำงานเองได้ แต่ยังรู้ว่าใครต้องรับผิดชอบ ทำแบบไหน
อีกข้อหนึ่งคือ ความรู้ที่อยู่ในหัวของคนไม่กี่คน จะกลายเป็นกระบวนการที่องค์กรใช้ต่อได้ยังไง และสุดท้าย จะสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเองโดยไม่ให้ทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเราได้หรือเปล่า
ลองย้อนไปดูข้อความวันที่หก "ไม่มีใครกล้าตัดสินใจเรื่องนี้" ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าทีมอ่อนแอ มันอาจบอกว่าไม่เคยมีใครบอกทีมว่า เรื่องแบบนี้ใครมีสิทธิ์ตัดสิน และถ้าตัดสินพลาดจะเกิดอะไรขึ้น
องค์กรที่ต้องรอผู้นำตัดสินทุกเรื่อง บางทีอาจไม่ได้มีผู้นำที่แข็งแกร่งเกินไป แต่มีระบบที่ยังบางอยู่ เล่มนี้เสนอว่า จักรพรรดิขั้นสุดท้ายคือคนที่สร้างระบบจนไม่ต้องออกคำสั่งทุกครั้ง เมื่อถึงวันที่ลุกออกจากบัลลังก์ สิ่งที่สร้างไว้ก็ยังเดินต่อได้เอง
ส่วนข้อความที่ถามว่า "ปล่อยให้ลูกค้าเลยดีไหม" อาจยากกว่าข้อลดราคา เพราะมันมีเรื่องว่าถ้าพลาดใครรับ ทีมที่ไม่รู้ว่าตัวเองรับได้แค่ไหน ก็เลือกส่งเรื่องกลับขึ้นไปหาคนที่รับได้ทุกอย่างเสมอ ซึ่งก็คือคุณ และคุณก็เผลอเป็นที่พักพิงของทุกความไม่แน่ใจมานานแล้ว
ถ้าสัปดาห์หน้าคุณได้ลาจริงๆ ข้อความ 47 ข้อนั้นจะเหลือกี่ข้อ ลองอ่านดูว่าเล่มนี้ชี้ให้เห็นอะไรบ้าง
📖 สิ่งที่คุณจะได้จากเล่มนี้
บทเรียนที่โรงเรียนไม่เคยสอน
ตัวบุคคลที่กลายเป็นระบบ
เห็นภาพการย้ายสิ่งที่อยู่ในหัวคนเก่งคนเดียว ไปเป็นของที่ทีมใช้ร่วมกัน และชวนถามตัวเองว่าในงานของคุณตอนนี้ อะไรยังผูกติดกับตัวคุณคนเดียวอยู่
คำสั่งที่กลายเป็นหลักการ
ชวนคิดเรื่องการเปลี่ยนคำสั่งทีละครั้งให้เป็นหลักที่คนอื่นหยิบไปตัดสินใจได้เอง โดยยังรู้ว่าใครต้องรับผิดชอบกับผลที่ตามมา
การกระจายอำนาจที่ไม่หลงทิศ
มองคำถามว่าจะปล่อยให้คนตัดสินใจเองได้แค่ไหน ในขณะที่ระบบทั้งหมดยังไปทางเดียวกัน
ความรู้ที่ไม่ควรอยู่ในหัวไม่กี่คน
ชวนคิดเรื่องการเปลี่ยนความรู้ของคนไม่กี่คนให้เป็นกระบวนการที่องค์กรใช้ต่อได้ แม้คนเหล่านั้นไม่อยู่
สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเรา
ได้คิดต่อเรื่องการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง โดยไม่ต้องให้ทุกอย่างหมุนรอบตัวคุณ
🎯 หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณถ้า...
เช็กตัวเองก่อนซื้อ
คุณเป็นเจ้าของกิจการหรือหัวหน้าทีมที่ยังเป็นคนตอบคำถามส่วนใหญ่ของทีม
คุณอยากลาพักสักครั้งโดยไม่ต้องเปิดมือถือเช็กทุกชั่วโมง
คุณกำลังวางโครงสร้างองค์กรหรือทีม ที่อยากให้เติบโตต่อไปได้แม้ไม่มีคุณอยู่ทุกวัน
💡 อ่านจบแล้วคุณจะ...
คำถามที่ไลน์กลุ่มส่งมาถึงคุณ อาจเริ่มถูกแยกเป็นสองกอง คือเรื่องที่ควรมีหลักให้ทีมตัดสินเอง กับเรื่องที่ยังต้องรอคุณจริงๆ
ก่อนลาพักครั้งหน้า ลองเปิดเล่มนี้แล้วนับดูว่า ข้อความ 47 ข้อนั้นมีกี่ข้อที่หลักการสักข้อตอบแทนคุณได้
🧭 เล่มนี้เน้นอะไร
ลักษณะของเนื้อหา ไม่ใช่คะแนนคุณภาพ
- สร้างระบบ
- กรอบคิด
- ความลึก
- กลยุทธ์
- ใช้จริง
- เริ่มต้นง่าย
แต่ละด้านหมายถึงอะไร?
แถบนี้บอกว่าหนังสือเล่มนี้ให้น้ำหนักกับเรื่องไหนมากหรือน้อย เพื่อช่วยเลือกเล่มที่ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการ แถบสั้นไม่ได้แปลว่าไม่ดี แค่บอกว่าเล่มนี้ไม่ได้เน้นด้านนั้น · ประเมินโดยทีม WealthBalance.co
- สร้างระบบ
- — สอนการสร้างระบบที่ทำงานแทนตัวเรา เช่น ทีม กระบวนการ รายได้ มากแค่ไหน
- กรอบคิด
- — เน้นการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องงาน เงิน และความสำเร็จมากแค่ไหน
- ความลึก
- — ระดับความลึกของการวิเคราะห์ — ค่าต่ำคืออ่านเร็ว ค่าสูงคือชวนคิดต่อ
- กลยุทธ์
- — สัดส่วนเนื้อหาเรื่องการวางเกมในอาชีพหรือธุรกิจ
- ใช้จริง
- — มีขั้นตอนที่เอาไปใช้กับงานพรุ่งนี้ได้เลยมากแค่ไหน
- เริ่มต้นง่าย
- — เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มแค่ไหน — ค่าต่ำคือเหมาะกับคนที่มีประสบการณ์หรือมีกิจการแล้ว
พร้อมเริ่มต้นแล้ว?
วิถีจักรพรรดิ เล่ม 20: จักรพรรดิไร้ร่าง - สร้างระบบที่เดินต่อได้ แม้วันที่ไม่มีคุณอยู่ตรงนั้น
โดย หลินโม่ · WealthBalance.co
฿390
📖 อ่านต่อในซีรีส์ วิถีจักรพรรดิ์
📚 หนังสืออื่นในซีรีส์ วิถีจักรพรรดิ์

วิถีจักรพรรดิ เล่ม 1 บัลลังก์เงียบ: อำนาจที่ไม่ต้องตะโกน วิธีมีอิทธิพลเหนือคนอื่นโดยไม่ต้องสั่งหรือพูดมาก
฿390

วิถีจักรพรรดิ เล่ม 2 เนตรมังกร: ศาสตร์มองทะลุเปลือก อ่านความจริงที่ซ่อนหลังคำพูด รอยยิ้ม และตำแหน่ง
฿390

วิถีจักรพรรดิ เล่ม 3 กำราบใจ: รักษาคนเก่งที่เก่งกว่าคุณไว้ ด้วยความหมายและพื้นที่แสดงศักยภาพ ไม่ใช่แค่เงินเดือน
฿390

วิถีจักรพรรดิ เล่ม 4 กลสวรรค์: วางหมากคุมโครงสร้างเกม ให้ผลลัพธ์ทั้งกระดานถูกกำหนดโดยคุณ โดยไม่ต้องปะทะตรงๆ
฿390
🔥 คนอ่านเล่มนี้มักอ่านด้วย
หนังสือที่เข้ากันกับ วิถีจักรพรรดิ เล่ม 20





