คุณเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดในทีม ส่งงานตรงเวลาเสมอ ผลงานไม่เคยมีปัญหา แต่พอถึงรอบเลื่อนตำแหน่ง ชื่อที่ถูกเรียกกลับเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดูเหมือนทำงานน้อยกว่าคุณด้วยซ้ำ ความรู้สึกไม่แฟร์แบบนี้ไม่ได้เกิดกับคุณคนเดียว
นี่ไม่ได้แปลว่าองค์กรไม่ยุติธรรมเสมอไป และก็ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่งพอ สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยกว่าคือองค์กรไม่ได้เลื่อนคนที่เก่งที่สุดเสมอไป มันเลื่อนคนที่เข้าใจ 'เกมอำนาจ' ในองค์กรได้ดีที่สุดต่างหาก
ผลงานคือตั๋วเข้าเกม ไม่ใช่ตั๋วชนะเกม
ผลงานที่ดีเป็นสิ่งจำเป็น มันคือสิ่งที่ทำให้คุณถูกมองเห็นและมีสิทธิ์ถูกพิจารณา แต่การตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งจริงๆ มักเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่ไม่ปรากฏในใบประเมินผลงานเลย เช่น ใครไว้ใจให้รับผิดชอบเรื่องที่เสี่ยง ใครที่คนอื่นอยากร่วมงานด้วย และใครที่ช่วยให้หัวหน้าดูดีต่อหน้าคนอื่นได้จริง สิ่งเหล่านี้คือ soft power ที่มองไม่เห็นแต่มีน้ำหนักมากในการตัดสินใจ
3 รูปแบบอำนาจที่มองไม่เห็นในผังองค์กร
ชอบบทความแบบนี้? ติดตามเพิ่มเติมบน Line OA
บทความใหม่ · หนังสือแนะนำ · โปรโมชั่น
- อำนาจจากความไว้ใจ — คนที่เพื่อนร่วมงานกล้าเอาปัญหาจริงมาปรึกษา ไม่ใช่แค่คนที่ทำงานเก่ง
- อำนาจจากการเชื่อมโยงคน — รู้ว่าใครควรคุยกับใครเพื่อให้งานเดินหน้าได้เร็วขึ้น แม้ไม่ใช่คนที่ลงมือทำเองทุกขั้นตอน
- อำนาจจากการช่วยให้หัวหน้าดูดี — ไม่ใช่การประจบ แต่คือการช่วยแก้ปัญหาที่หัวหน้ากังวลจริงๆ อย่างตรงจุด
ลองนึกถึงสองคนในทีมการตลาดที่ทำโปรเจกต์เดียวกัน คนแรกปิดตัวเองทำงานเงียบๆ จนเสร็จแล้วค่อยส่งให้หัวหน้าดู ส่วนอีกคนอัปเดตความคืบหน้าให้หัวหน้าเห็นทุกสัปดาห์ ชี้จุดเสี่ยงที่เจอก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ พองานเสร็จทั้งคู่ในเวลาใกล้กัน คนที่สองมักถูกจำในฐานะ 'คนที่ทำให้หัวหน้าสบายใจ' แม้ผลงานสุดท้ายจะไม่ต่างกันมากก็ตาม เพราะสิ่งที่ถูกจดจำไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ แต่คือความรู้สึกไว้ใจที่สะสมมาตลอดทาง
อ่านเกมอำนาจ ไม่ใช่เรื่องเสียคาแรกเตอร์
หลายคนรู้สึกไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำว่า 'เกมอำนาจ' เพราะฟังดูเหมือนต้องเสแสร้งหรือประจบประแจง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กำลังพูดถึงเลย การเข้าใจเกมอำนาจอย่างซื่อสัตย์คือการเข้าใจว่าความไว้วางใจและความสัมพันธ์สร้างขึ้นได้จริงจากการทำงานที่ดี ไม่ใช่การเสแสร้ง เป้าหมายคือทำให้ความทุ่มเทของคุณถูกมองเห็นและใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่ใช่สูญเปล่าไปเพราะไม่มีใครรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่
คนที่เข้าใจเรื่องนี้จะเริ่มจากการสื่อสารงานที่ทำให้คนอื่นเห็นคุณค่าอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่รอให้ผลงานพูดแทนตัวเองเพียงอย่างเดียว เพราะในความเป็นจริง ผลงานที่ไม่มีใครรู้จักก็เหมือนไม่เคยเกิดขึ้นในสายตาคนที่ตัดสินใจ
สรุป: เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจว่าอำนาจไหลไปทางไหน
ถ้าคุณเก่งแต่ยังไม่ก้าวหน้าอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองทั้งหมดในวันเดียว แค่เริ่มสังเกตว่าในทีมของคุณ ความไว้ใจและการตัดสินใจไหลไปทางไหนจริงๆ แล้วค่อยๆ สร้างความสัมพันธ์เหล่านั้นควบคู่ไปกับผลงานที่ดีที่คุณมีอยู่แล้ว
อ่านต่อในหมวดจิตวิทยา
มีบทความอื่นน่าสนใจรออยู่อีกเยอะ






