คุณรู้จักความรู้สึกแบบนี้ไหม มีหนี้หลายก้อนพร้อมกัน บัตรเครดิตสองใบ สินเชื่อรถ อาจมีหนี้นอกระบบอีกหน่อย แล้วก็ไม่รู้จะเริ่มจ่ายก้อนไหนก่อน บางเดือนก็ทยอยจ่ายทุกก้อนเท่าๆ กัน แต่ทุกก้อนก็ดูไม่หายไปไหน
ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้ มีข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวร้ายคือ การทยอยจ่ายทุกก้อนเท่าๆ กันนั้นเป็นวิธีที่ไม่ได้ผลดีที่สุด ข่าวดีคือมีวิธีที่ดีกว่า สองวิธีที่พิสูจน์แล้วและใช้ได้จริง คือ Snowball Method และ Avalanche Method
บทความนี้จะอธิบายทั้งสองวิธีให้ชัดเจน พร้อมตัวอย่างจริงและข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ เพื่อให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเองได้
Snowball Method คืออะไร
Snowball Method (วิธีก้อนหิมะ) คือการจ่ายหนี้โดยเริ่มจากก้อนที่มียอดน้อยที่สุดก่อน ไม่ว่าดอกเบี้ยจะสูงหรือต่ำแค่ไหน จ่ายขั้นต่ำในทุกก้อน แล้วเอาเงินที่เหลือทุ่มใส่ก้อนที่ยอดน้อยที่สุด พอก้อนนั้นหมด ก็เอาเงินที่เคยจ่ายก้อนนั้นไปรวมกับเงินที่จ่ายก้อนถัดไป ทำซ้ำจนกว่าจะหมดทุกก้อน
ลองดูตัวอย่าง สมมติคุณมีหนี้ 3 ก้อน: บัตรเครดิต A (8,000 บาท ดอกเบี้ย 18%), บัตรเครดิต B (25,000 บาท ดอกเบี้ย 16%), สินเชื่อส่วนบุคคล (50,000 บาท ดอกเบี้ย 12%) คุณมีเงินจ่ายหนี้เดือนละ 5,000 บาท ด้วย Snowball: จ่ายขั้นต่ำ B และสินเชื่อ แล้วทุ่ม A ด้วยเงินที่เหลือ พอ A หมด ก็เอาเงินส่วนนั้นไปรวมกับ B วนไปเรื่อยๆ
Avalanche Method คืออะไร และต่างจาก Snowball ยังไง
ชอบบทความแบบนี้? ติดตามเพิ่มเติมบน Line OA
บทความใหม่ · หนังสือแนะนำ · โปรโมชั่น
Avalanche Method (วิธีหิมะถล่ม) คือการจ่ายหนี้โดยเริ่มจากก้อนที่มีดอกเบี้ยสูงสุดก่อน ไม่ว่ายอดจะมากหรือน้อย ตรรกะคือการตัดดอกเบี้ยที่แพงที่สุดออกก่อน ทำให้ประหยัดเงินในระยะยาว
ใช้ตัวอย่างเดิม ด้วย Avalanche: จ่ายขั้นต่ำ B และสินเชื่อ แล้วทุ่มเงินที่เหลือใส่ A (ดอกเบี้ย 18% สูงสุด) พอ A หมด ก็ย้ายไป B (16%) แล้วค่อยจบที่สินเชื่อ (12%) ในแง่ตัวเลข Avalanche ประหยัดดอกเบี้ยรวมได้มากกว่า Snowball เสมอ
เลือกวิธีไหนดี?
- เลือก Snowball ถ้า: คุณรู้สึกหมดแรงและต้องการ win เล็กๆ เพื่อ motivation คุณมีหนี้หลายก้อนและจัดการยาก หรือคุณเคยลองปลดหนี้แล้วล้มเลิกกลางทาง Snowball ช่วยให้คุณเห็นความคืบหน้าเร็วกว่า
- เลือก Avalanche ถ้า: คุณ motivated โดยตัวเลขและความสมเหตุสมผล คุณมีหนี้ดอกเบี้ยสูงก้อนใหญ่ที่กัดกินเงินอยู่ หรือคุณมีวินัยสูงและไม่ต้องการ reward ระยะสั้น
- ไม่มีวิธีไหน 'ถูก' หรือ 'ผิด': วิธีที่ดีที่สุดคือวิธีที่คุณทำได้จริงและทำต่อเนื่องได้ Snowball ที่ทำได้นาน 2 ปี ดีกว่า Avalanche ที่ล้มเลิกใน 3 เดือน
ข้อผิดพลาดที่ทำให้แผนปลดหนี้ล้มเหลว
ข้อผิดพลาดใหญ่ที่สุดคือการทยอยจ่ายทุกก้อนเท่าๆ กัน ฟังดูยุติธรรม แต่ในทางคณิตศาสตร์มันทำให้ทุกก้อนลดลงช้า และคุณไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึก 'ปลดหนี้สำเร็จ' เลยสักก้อน ซึ่งทำให้ขาด motivation
ข้อผิดพลาดที่สองคือการรูดบัตรเพิ่มระหว่างปลดหนี้ ถ้าคุณยังรูดบัตรอยู่ มันเหมือนพยายามเติมน้ำในถังที่รั่ว ก่อนเริ่มแผนปลดหนี้ ต้องหยุด 'สร้างหนี้ใหม่' ก่อน
ข้อผิดพลาดที่สามคือการไม่มีแผนฉุกเฉิน ถ้าคุณทุ่มทุกอย่างไปปลดหนี้โดยไม่มีเงินสำรอง พอมีเหตุฉุกเฉินก็ต้องรูดบัตรอีก ซึ่งทำให้แผนทั้งหมดพัง แนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 5,000-10,000 บาทก่อนเริ่มแผนปลดหนี้อย่างจริงจัง
เริ่มต้นวันนี้: 3 ขั้นตอนก่อนเริ่มแผน
- ขั้นตอนที่ 1 — รวบรวมหนี้ทั้งหมด: เขียนรายการหนี้ทุกก้อน ยอดคงเหลือ ดอกเบี้ย และยอดขั้นต่ำ ถ้าไม่รู้ตัวเลขแน่ชัด โทรถามธนาคารได้เลย หลายคนไม่รู้ว่าตัวเองมีหนี้รวมแค่ไหนจนกว่าจะนั่งรวบรวมจริงๆ
- ขั้นตอนที่ 2 — คำนวณเงินที่ใช้ปลดหนี้ได้ต่อเดือน: รายได้ - ค่าใช้จ่ายจำเป็น - ออมเร่งด่วน (ฉุกเฉิน) = เงินที่เหลือสำหรับปลดหนี้ ตัวเลขนี้ต้อง realistic ไม่ใช่แค่คิดว่า 'น่าจะมีเหลือ'
- ขั้นตอนที่ 3 — เลือกวิธีและเริ่ม: ไม่ต้องรอให้สมบูรณ์แบบ เลือก Snowball หรือ Avalanche แล้วเริ่มเดือนนี้เลย แผนที่ 80% แต่เริ่มวันนี้ ดีกว่าแผน 100% ที่ยังไม่เริ่ม
ถ้าอยากเข้าใจ Snowball Method และ Avalanche Method แบบลึกกว่านี้ พร้อมกรณีศึกษาจากคนที่ทำสำเร็จจริงๆ หนังสือ ทลายภูเขาหนี้ มีบทที่อธิบายวิธีเลือกและ customize แผนปลดหนี้ให้เหมาะกับสถานการณ์ชีวิตของแต่ละคนโดยเฉพาะ
อ่านต่อในหมวดการเงิน
มีบทความอื่นน่าสนใจรออยู่อีกเยอะ






