เพื่อนสมัยเรียนที่หายหน้าไปนานหลายปี จู่ๆ ก็ทักมาทางไลน์พร้อมสกรีนช็อตยอดเงินในพอร์ตที่ดูเหมือนเพิ่มขึ้นทุกสัปดาห์ ตามด้วยประโยคที่ฟังดูจริงใจ 'อยากบอกต่อเพราะเป็นเพื่อนกัน ไม่อยากให้พลาดโอกาสนี้'
ฟังนะ... คนที่โดนแชร์ลูกโซ่หลอกไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่คนที่ขาดความรู้ทางการเงิน หลายคนที่โดนหลอกเป็นครูอาจารย์ เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นคนที่อ่านข่าวการเงินทุกวันด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้พวกเขาเผลอไปคือความไว้ใจในคนที่ชวน และความรู้สึกลึกๆ ที่คิดว่า 'ครั้งนี้อาจจะจริง เพราะคนชวนคือคนที่รู้จักกันจริงๆ ไม่ใช่คนแปลกหน้า'
ทำไมคนฉลาดถึงโดนหลอกง่ายกว่าที่คิด
กลไกของแชร์ลูกโซ่ไม่ได้พึ่งพาความโง่ของเหยื่อเลย แต่พึ่งพากลไกทางจิตวิทยาสองอย่าง อย่างแรกคือ social proof หรือการที่คนใกล้ตัวพูดถึงบางอย่างซ้ำๆ จนสมองตีความว่ามันน่าเชื่อถือโดยอัตโนมัติ ยิ่งคนชวนเป็นญาติหรือเพื่อนสนิท ยิ่งลดการ์ดป้องกันตัวเองลงไปโดยไม่รู้ตัว
อย่างที่สองคือกลไกของตัวแชร์ลูกโซ่เองที่ฉลาดมาก ช่วงแรกมันจะจ่ายผลตอบแทนจริง เพราะเงินที่จ่ายให้คนเข้าร่วมรอบแรกมาจากเงินของคนที่เข้าร่วมรอบถัดมา ไม่ได้มาจากการลงทุนจริงที่สร้างกำไรอะไรเลย พอคนกลุ่มแรกได้เงินจริงและเล่าให้เพื่อนฟังด้วยความดีใจ มันก็กลายเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือที่สุดในสายตาคนรอบข้าง ทั้งที่ระบบทั้งหมดกำลังจะพังลงเมื่อไม่มีคนใหม่เข้ามาพอ
3 สัญญาณเตือนที่แชร์ลูกโซ่ทุกเจ้ามีเหมือนกัน
ชอบบทความแบบนี้? ติดตามเพิ่มเติมบน Line OA
บทความใหม่ · หนังสือแนะนำ · โปรโมชั่น
- ผลตอบแทนสูงผิดปกติและคงที่ทุกเดือน ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจหรือตลาดจะเป็นอย่างไรก็ตาม
- ต้องชวนคนใหม่เข้ามาต่อเนื่องเพื่อให้ตัวเองได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ได้ผลตอบแทนจากกำไรของกิจการจริง
- อธิบายไม่ได้ชัดเจนว่าเงินเอาไปลงทุนในอะไรจริงๆ หรืออธิบายด้วยศัพท์ซับซ้อนจนถามต่อไม่ได้
- เร่งให้ตัดสินใจเร็วด้วยข้ออ้างว่า 'โควต้าจำกัด' หรือ 'ปิดรับวันนี้เท่านั้น'
ก่อนโอนเงินให้ใคร ถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองก่อน
เดี๋ยวก่อน ก่อนกดโอนเงินก้อนแรก ลองถามตัวเองตรงๆ สามข้อนี้ก่อน เงินที่ลงไปนี้เอาไปทำอะไรจริงๆ ตรวจสอบย้อนกลับได้ไหม ธุรกิจหรือกองทุนนี้จดทะเบียนถูกต้องหรือมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ และถ้าผลตอบแทนดีขนาดนี้จริง ทำไมเจ้าของถึงต้องชวนคนทั่วไปมาร่วมลงทุน แทนที่จะกู้เงินจากธนาคารซึ่งดอกเบี้ยถูกกว่ามาก
ถ้าตอบคำถามพวกนี้ไม่ได้ชัดเจน หรือคนชวนเริ่มรีบเร่งให้ตัดสินใจแทนที่จะให้เวลาคิด นั่นคือสัญญาณที่ชัดพอแล้วที่จะถอยออกมาก่อน ไม่ว่าคนชวนจะเป็นใครก็ตาม
สรุป: ความรู้เท่าทัน คือเกราะป้องกันเดียวที่ใช้ได้จริง
ไม่มีใครควรถูกโทษที่โดนหลอก เพราะกลโกงพวกนี้ถูกออกแบบมาอย่างเป็นระบบเพื่อเจาะจุดอ่อนของความไว้ใจโดยเฉพาะ สิ่งเดียวที่ป้องกันได้จริงคือความรู้เท่าทันกลไกเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนมีใครมาชวน ไม่ใช่ตอนที่เงินโอนไปแล้ว
อ่านต่อในหมวดการเงิน
มีบทความอื่นน่าสนใจรออยู่อีกเยอะ






